เป็นที่รู้กันอยุ่ว่าการที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะจับผู้ต้องหาผู้ต้องสงสัยนั้นจะต้องมีการขอหมายจับจากศาลเสียก่อนซึ่งตามหลักกฏหมายมีอยู่ว่า
มาตรา66ของกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา
เหตุที่จะออกหมายจับ มีดังต่อไปนี้
1.เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปีหรือ
2.เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่า บุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญา และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่นๆ
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันสมควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี
ที่หน้าถ้าตำรวจไม่มีหมายจับล่ะจะจับใครได้หรือไม่ กฎหมายวางหลักไว้ว่า
พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับไม่ได้...เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้
1.เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า......ที่นี้อย่างไรจะเป็นความผิดซึ่งหน้า ความผิดซึ่งหน้าได้แก่ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำหรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสดๆคือเห็นว่าไอนี่ทำผิดมาสดๆแน่เห็นแล้วไม่สงสัยไม่งง เช่น ตำรวจเห็นนายก. กำลังตีศรีษะ นาย ข.อยู่ใกล้ๆ
2.เมื่อพบบุคคลโดยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่า ผู้นั้นน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น โดยมีเครื่องมี อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถอาจใช้ในการกระทำผิด เช่น ตำรวจไปพบคนสองคนนั่งซุ่มอยู่ในเงารั้วบ้านแห่งหนึ่งจึงเข้าไปตรวจพบถุงบรรจุสว่าน สิ่ว กุญแจตู้เซฟและอื่นสำหรับเตรียมการโจรกรรม
3.เมื่อมีเหตุที่จะออกหมายจับตาม ม.66(2) (ดูด้านบน) แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลนั้นได้
4.เป็นการจับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หนี หรือจะหลบหนีในระหว่างถูกปล่อยชั่วคราว