ผมได้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ 100 จาก บริษัท จี อี แคปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด ( มหาชน ) ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 48 ที่ผ่านมา โดยผ่อนชำระ มาได้ 2 งวด งวดละ 1770 บาท ทั้งหมดต้องชำระ 36 งวด รวมแล้วก็ 63,720 บาท ถ้าไม่ค้างชำระ นะครับ ถ้าค้างก็มีค่าปรับล่าช้า ค่าติดตามหนี้อีก ฯลฯ
ผมได้ถามทางบริษัทว่า ถ้าหาเงินมาเทปิดบัญชี จะเป็นเท่าไร เขาว่า 4 หมื่นกว่า
ถ้าจะคืนรถ โดยไม่ผ่อนต่อ เขาว่าไม่ใช่แค่คืนรถแล้วจบ แต่เขาจะเอารถไปขายทอดตลาด ได้เงินมาเท่าไร สมมุติ 20000 หักจาก 63720 ได้เท่าไรครับ ใช่ 43720 คือจำนวนที่ผมต้องจ่ายให้เขา ถ้าเป็นคุณ ๆ จะเอาไหม
เงิน 4 - 5 หมื่นเอาไปให้เขาฟรี ๆ สู้เอาไปดาวน์รถกระบะมือสองมาใช้ดีกว่า
ตามสัญญาข้อ 17 เขาว่า
" เมื่อเจ้าของ ( บริษัท จี อี ฯ ) บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและกลับเข้าครองครองทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อแล้ว เจ้าของจะมีหนังสือ แจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนทำการขาย เพื่อให้ผู้เช่าซื้อใช้สิทธิซื้อได้ตามมูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซี้อ แต่ถ้าผุ้เช่าซื้อไม่ใช้สิทธิซื้อ และเจ้าของได้นำทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อออกขายโดยวิธีประมูลหรือขายทอดตลาด ได้ราคาน้อยกว่ามูลหนี้ในส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อตกลงยอมรับผิดในส่วนที่ขาดนั้น หากได้ราคาเกินกว่าในการประมูลหรือการขายทอดตลาดหรือโดยการขายในรูปแบบอื่น ๆ เจ้าของจะคืนเงินส่วนที่เกินนั้นให้แก่ผู้ซื้อ และในกรณีที่เจ้าของบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและกลับเข้าครอบครองทรัพทย์สินที่ให้เช่าซื้อแล้ว ผู้เช่าซื้อยอมชำระค่าเสียหาย เบี้ยปรับ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทวงถาม การติดตามทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อ ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นใดให้แก่เจ้าของเท่าที่ได้ใช้จ่ายไปจริงตามความจำเป็นและมีเหตุผลอันสมควร "
ผมคำนวณดูแล้ว ราคาเงินสด 33177.57 บาท
หักออกจาก 63720 ที่ต้องส่งทั้งหมดแล้ว
ทางจีอี จะได้กำไรรวมvat อยู่ 30542.43 บาท
คิดเป็น 92.05 % นะครับ มีใครทำธุรกิจแล้วได้กำไรขนาดนี้บ้าง รถก็ไม่ได้ผลิตเอง ขายก็ไม่ได้ขายเอง ร้านอาโกแถวตลาดขายให้ เพียงแต่อาศัยเครดิตของบริษัทเข้าสวมสิทธิของเจ้าหนี้ ก็ได้กำไรเหนาะ ๆ แล้ว
ถ้าดูเทียบตามพรบ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมแล้ว คุณว่าคู่สัญญา ต้องรับภาระหนักเกินไปไหม
ดูจากพรบ.ดังกล่าว ในมาตรา 4 วรรค สามนั้น " ข้อตกลงที่มีลักษณะหรือมีผลให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติหรือรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ เป็นข้อตกลงที่อาจถือได้ว่าทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น
( 1 ) ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญา
( 2 ) ข้อตกลงให้ต้องรับผิดหรือรับภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนด
ฯลฯ
( 7 ) ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดราคาเช่าซื้อ หรือกำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควร
มาตรา 10 ในการวินิจฉัยว่าข้อสัญญาจะมีผลบังคับเพียงใด จึงจะเป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ให้พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ทั้งปวง รวมทั้ง
( 1 ) ความสุจริต อำนาจต่อรอง ฐานะทางเศรษฐกิจ ความรู้ ความเข้าใจ ความสันทัดจัดเจน ความคาดหมาย แนวทางที่เคยปฏิบัติ ทางเลือกอย่างอื่น และทางได้เสียทุกอย่างของคู่สัญญาตามสภาพที่เป็นจริง
( 2 ) ปกติประเพณีของสัญญาชนิดนั้น
( 3 ) เวลาและสถานที่ในการทำสัญญาหรือในการปฏิบัติตามสัญญา
( 4 ) การรับภาระที่หนักกว่ามากของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง
เป็นไงครับ เอาเปรียบกันเห็น ๆ ใช่ไหม
บริษัทฝรั่งข้ามชาติ ข้ามน้ำข้ามทะเล มากอบโกยเงินคนไทยกลับไปตั้งเท่าไร
ท่านยังจะอุดหนุนมันอยู่อีกหรือ
ไม่ว่า easy buy หรือ e อ้อย หรือ e อะไร ก็มีข้อแม้ เงื่อนไขที่เอาเปรียบทั้งนั้น
ตามปกติ กฎหมายเช่าซื้อ ตาม ปพพ.นั้น ผู้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนได้ โดยทำการส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนให้ผู้เป็นเจ้าของ และยอมให้เจ้าของริบเงินส่วนที่ได้ผ่อนชำระไปก่อนแล้วทั้งหมด ก็จบแค่นี้ นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป และก็แฟร์ดีไม่ใช่หรือ เจ้าของรถก็เอาไปขายต่อเป็นรถมือสอง เกรด เอ ได้อีก มีแต่ได้กับได้
แต่ผู้บริโภคสิ เป็นฝ่ายเสียเปรียบ
โดย pagan วันที่ 16/06/48 เวลา 01.23 น.
| ความคิดเห็นที่ 1 |
หากคุณต้องการสร้างบรรทัดฐาน คุณต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล และใช้ข้อต่อสู้เรื่องข้อสัญญาไม่เป็นธรรมขึ้นต่อสู้ พวกเราจะคอยดูว่า ศาลจะวางหลักเรื่องนี้อย่างไร เพราะต่างรู้กันอยู่ว่า สัญญาประเภทนี้เข้าข่ายข้อสัญญาไม่เป็นธรรมทั้งสิ้น แต่ในความจริง ผู้เช่าซื้อคงจะไม่มีกำลังที่จะไปสู้รบปรบมือกับเจ้าหนี้ เจ้าหนี้ก็รู้ว่า สัญญาของตนผิดกฎหมายนี้ แต่ในเมื่อไม่มีการวางหลักกฎหมายให้ชัดเจนแล้วเค้าจะไปแก้ไขสัญญาให้เป็นธรรมทำไม ผมว่า ถ้ามีคนรู้และลุกขึ้นสู้กับผู้ประกอบการเหล่านี้ จะมีการสร้างสิ่งดีๆให้กับผู้บริโภคอีกมาก โดย ราชบุตรเขยดาบทอง วันที่ 18/06/48 เวลา 00.13 น. |
ผมปรึกษาไปยังเวบของอาจารย์ เสรี สุวรรณภานนท์ สว.กทม.
สงสัยท่านไปว่าง เลยให้ลูกน้องตอบให้แทน
ดังคำตอบข้างล่างนี้
เรื่องที่คุณได้เล่ามาทั้งหมดนั้นจะเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรมหรือไม่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลนะครับ ซึ่งศาลก็จะพิจารณาจากข้อสัญญาที่คุณต้องรับภาระหน้าที่ และดูข้อกฎหมายในเรื่องข้อสัญญาไม่เป็นธรรม และหากศาลเห็นว่าข้อสัญญาดังกล่าวไม่เป็นธรรมจริงศาลแล้วศาลก็จะลดค่าเสียให้ที่คุณมีหน้าที่ต้องาชำระให้เจ้าหนี้ตามสัญญาให้เหลือเท่าที่เป็นธรรม แต่อย่างไรก็ตามการคืนรถที่เช่าซื้อมามิได้ทำให้ภาระหนี้ที่คุณยังต้องรับผิดระงับสิ้นไปในทันทีนะครับ หากเจ้าหนี้นำออกขายได้เงินไม่พอกับเงินที่คุณยังค้างชำระอยู่เจ้าหนี้ก็สามารถฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายในเงินทียังขาดอยู่ในส่วนนี้ได้อยู่ดี เช่น ค่าเสื่อมสภาพของรถ ค่าขาดประโยชน์
แต่อย่างไรก็ตามการที่คุณไปเช่าซื้อรถโดยที่คุณยอมเซ็นตามสัญญาที่เขาทำขึ้นนั้น หากข้อสัญญาไม่ขัดต่อกฎหมายก็สามาถรใช้บังคับกันได้อยู่แล้ว
ดังนั้น อย่างไรก็ตามลองติดต่อเจ้าหนี้ว่าหากมีความประสงค์จะคืนรถที่เช่าซื้อแล้วคุณมีความประสงค์จะจ่ายเงินให้เจ้าหนี้เท่าไรก็ลองเข้าไปเจรจากับเจ้าหนี้นะครับ และหากตกลงกันได้อย่างไรก็ต้องทำเป็นสัญญากันไว้ด้วยนะครับ เพื่อจะไปบังคับกันตามสัญญาใหม่
(คุณ วรวุธ เห็นประเสริฐ 23/06/2548 09:34)
จากเดิมที่คิดจะนำเรื่องขึ้นศาล ก็เกิดไม่มั่นใจ ในการพิจารณาของผู้พิพากษา
เพราะเป็นการนำอนาคต ไปแขวนอยู่กับความคิดของปุถุชน แค่ 2 - 3 คน ซึ่งไม่ได้เป็นสัพพัญญู มีหูทิพย์ ตาทิพย์ หรือมีกระจกส่องกรรม แบบที่ท่านยมบาลเอาไว้ใช้เวลาวิญญาณบาป ไม่ยอมรับสารภาพ
และคิดว่าอำนาจ อิทธิพลชนิด ข้ามชาติ ของบริษัทใหญ่เช่นนี้ คงทำให้นักกฏหมายหลาย ๆ คนหวั่นไหว ไม่กล้าลงมาปกป้องผม ซึ่งเป็นแค่รากหญ้าเน่า ๆ
ผมจึงยอมผ่อนส่งต่อไป แม้ใส้จะแห้ง กระเพาะจะร้องอย่างไร ก็ต้องทน
เพราะผมไม่มีนามสกุลดัง ๆ ไม่มีพ่อเป็นผู้บริหารประเทศ
ถ้าความยุติธรรมมีจริง คงไม่มีแพะในคดี เชอรี่แอน ที่ต้องไปตายในคุก โดยไม่ได้ทำความผิด และอีกหลาย ๆ คดี ที่คนบริสุทธิ์ต้องเข้าคุก เพราะการตัดสินของคนไม่กี่คน
โดย pagan วันที่ 27/06/48 เวลา 21.41 น.