เครื่องหมายการค้า หรือชื่ออื่นที่เรียกว่า ตราสินค้า ยี่ห้อ brand หรือ โลโก้ เป็นเครื่องหมายแสดงถึงสิทธิและความเป็นเจ้าของของผู้ที่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ๆ ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์คุ้มครองตามกฎหมาย ป้องกันผู้อื่นลอกเลียน ก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจได้ "เครื่องหมายการค้า"จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือทางการตลาด หากได้มีการสร้างเครื่องหมายการค้านี้ให้ติดตลาดแล้วลูกค้าจะจดจำ "แบรนด์" นี้ไว้ เพื่อเลือกสินค้าตามต้องการ
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น มีหลายขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อน และต้องอาศัยความละเอียดอ่อน เนื่องจากตราสินค้านั้น ๆ อาจไปซ้ำหรือคล้ายคลึงกับตราสินค้าที่มีอยู่แล้วได้ โดยการยื่นจดทะเบียนกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา นั้น ต้องได้รับการพิจารณาหลายขั้นตอน ใช้เวลาอย่างน้อย 8-9 เดือน
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า มีสิทธิประโยชน์อย่างไร
1. เครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนแล้วจะมีอายุการคุ้มครอง 10 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถที่จะต่ออายุได้เป็นคราว ๆ คราวละ 10 ปี
2. มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าของท่าน
3. มีสิทธิในการทำสัญญาอนุญาตหรือโอนสิทธิ ให้ผู้อื่นใช้เครื่องหมายการค้าของท่าน
4. มีสิทธิฟ้องร้องและเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ ในกรณีที่มีผู้ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของท่าน
ประเภทของเครื่องหมายการค้า
1. เครื่องหมายการค้า (Trademark): เป็นเครื่องหมายที่ใช้กำกับสินค้า เพื่อแสดงว่า สินค้า ที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับ สินค้า ที่ใช้เครื่องหมายของผู้อื่น เช่น AIS, DTAC
2. เครื่องหมายบริการ (Service Mark): เป็นเครื่องหมายที่ใช้กับธุรกิจบริการ เพื่อแสดงว่า บริการ ที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับ บริการ ที่ใช้เครื่องหมายของผู้อื่น เช่น รูปดอกจำปีของการบินไทย
3. เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark): เป็นเครื่องหมายที่ใช้รับรองคุณภาพในสินค้าหรือบริการของผู้อื่น เช่น เครื่องหมายเชลล์ชวนชิม
4. เครื่องหมายร่วม (Collective Mark): เป็นเครื่องหมายการค้าหรือบริการที่ใช้โดยบริษัท สมาคม สหกรณ์ สหภาพ สมาพันธ์ หรือรัฐวิสาหกิจ องค์กร์ในกลุ่มเดียวกัน เช่น รูปช้างในตะกร้อของเครือปูนซีเมนต์ไทย